การแข่งขันครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลระดับสูงเข้าร่วมชม อาทิ บาสซิรู ดิโอมาเย ดิอาการ์ ฟาเย ประธานาธิบดีเซเนกัล, เกา จื่อตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาจีน และประธานสหพันธ์วูซูนานาชาติ (IWUF), โทมัส บาค ประธานกิตติมศักดิ์คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) พร้อมด้วยรองประธาน IOC และผู้บริหารจากองค์กรกีฬาอีกหลายท่าน
การแข่งขันวูซูจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการดาการ์ (DEX) มีนักกีฬา 47 คน จาก 46 ประเทศและดินแดนเข้าร่วม ในประเภทเถ้าหลู่ (Taolu) หรือการแสดงท่ารำ รวม 4 รายการ ได้แก่ ฉางฉวน และไท่จี๋ฉวน ประเภทบุคคลชายและหญิง แต่ละรายการตัดสินจากคะแนนรวมของท่ารำมือเปล่าและท่ารำอาวุธ
ตลอดการแข่งขัน นักกีฬาได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของวูซูที่ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความอ่อนช้อย ทั้งฉางฉวนที่เน้นความคล่องแคล่วและท่วงท่าโลดโผน และไท่จี๋ฉวนที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวต่อเนื่องและการควบคุมร่างกายอย่างประณีต ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมอย่างอบอุ่น
สรุปผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
ฉางฉวนบุคคลชาย หลิน อี้เหล่ย (Lin Yilei) นักกีฬาวัย 15 ปีจากจีน ทำคะแนนนำตั้งแต่ท่ารำมือเปล่า ก่อนปิดท้ายด้วยท่ารำกระบอง (Gunshu) ได้คะแนนรวม 18.796 คะแนน คว้าเหรียญทองแรกของวูซูในโอลิมปิกเยาวชน เหรียญเงินเป็นของ อาซาเอล คริสโต จาค็อบ รอนโดนูวู (Asael Christo Jacob Rondonuwu) จากอินโดนีเซีย และเหรียญทองแดงเป็นของ อารัช ปีอาฮาลี (Arash Peahali) จากอิหร่าน
ฉางฉวนบุคคลหญิง ซอนดอส ซอนบอล (Sondos Sonbol) จากอียิปต์ ทำผลงานได้สม่ำเสมอทั้งท่ารำมือเปล่าและท่ารำกระบอง คว้าเหรียญทองไปครอง ขณะที่ วาเลเรีย ฟรานเนรีส ดูดาเมล อัลวาราโด (Valeria Frannerys Dudamel Alvarado) จากเวเนซุเอลา ได้เหรียญเงิน และ ลานเชนบี ชานี ราชกุมารี (Lanchenbi Chani Rajkumari) จากอินเดีย ได้เหรียญทองแดง
ไท่จี๋ฉวนบุคคลชาย พุน ฮ่าว หราน (Poon Hao Ran) จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ทำคะแนนเท่ากันทั้งท่ารำมือเปล่าและท่ารำพัด (Taijishan) ด้วยการควบคุมท่วงท่าที่ลื่นไหลต่อเนื่อง คว้าเหรียญทองไปได้ เหรียญเงินตกเป็นของ เหงียน คัค เล ฮวาง (Nguyen Khac Le Hoang) จากเวียดนาม และเหรียญทองแดงเป็นของ คาวามูระ ชิกิ (Kawamura Shiki) จากญี่ปุ่น
ไท่จี๋ฉวนบุคคลหญิง อึ้ง เจ๋อ หนิน (Ng Zhe Nin) จากสิงคโปร์ แสดงฝีมือได้ครบเครื่องทุกด้าน คว้าเหรียญทองปิดท้ายการแข่งขัน ส่วนเหรียญเงินเป็นของ ชู อวี่ เอิน (Chu Yu En) จากไต้หวัน และเหรียญทองแดงเป็นของ จัว มีอา ออเรลยา เซียงหลิน (Zhuo Mia Aurelja Xianglin) จากเยอรมนี
ผลการแข่งขันครั้งนี้ยังสะท้อนการเติบโตของวูซูในระดับโลก โดยนักกีฬาที่ขึ้นรับเหรียญมาจากหลากหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ และยุโรป พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แขนงนี้สู่สายตานานาชาติ