ชูโมเดล “เฉียนไห่ + ฮ่องกง” ลงเรือลำเดียวกัน ปลดล็อกซัพพลายเชน-ทลายข้อจำกัดการค้าข้ามพรมแดน

เมืองเซินเจิ้นได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 33 ในฐานะที่เฉียนไห่เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างเซินเจิ้นกับฮ่องกง จึงพร้อมขานรับโอกาสทองเพื่อเร่งยกระดับการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้า ประสานมาตรฐานทางกฎระเบียบ ตลอดจนผนึกกำลังระหว่างเซินเจิ้นกับฮ่องกง โดยตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนดอกผลจากการประชุมเอเปคให้กลายเป็นกลไกความร่วมมือในระยะยาว

สำนักงานบริหารเขตความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมบริการสมัยใหม่เฉียนไห่ เซินเจิ้น-ฮ่องกง เปิดเผยว่า เฉียนไห่กำลังเร่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีซัพพลายเชนเป็นเสาหลักสำคัญ

เมื่อเทียบกับการลุยตลาดต่างประเทศเพียงลำพังแล้ว โมเดลการผนึกกำลังแบบ “เฉียนไห่ + ฮ่องกง” ช่วยให้ผู้ประกอบการได้เปรียบในลักษณะของการ “ลงเรือลำเดียวกัน” แทนที่จะต้อง “พายเรือคนเดียว” โดยเฉียนไห่มีจุดเด่นในด้านนวัตกรรมเชิงโครงสร้างและฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในประเทศ ขณะที่ฮ่องกงโดดเด่นด้วยเครือข่ายระดับโลกและระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ จึงเกิดเป็นความร่วมมือที่เกื้อหนุนกันได้อย่างลงตัว

เฉียนไห่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าส่งออกและนำเข้าแห่งชาติ (เซินเจิ้น) โดยจับมือกับศุลกากรเซินเจิ้นและกรมส่งเสริมบริการทางไฟฟ้าและเครื่องกล (EMSD) ของฮ่องกง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเทียบเคียงและการยอมรับร่วมกันในมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

ทั้งนี้ ตามประกาศรายการมาตรฐานแห่งชาติชุดแรกจำนวน 50 รายการ ที่ได้รับการยอมรับให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล IEC ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานดังกล่าว เพียงแค่เปลี่ยนไปใช้หัวปลั๊กไฟที่รองรับระบบของฮ่องกง ก็สามารถลุยตลาดฮ่องกงได้ทันที ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทดสอบซ้ำซ้อนให้เสียเวลา

นอกจากนี้ ศูนย์บริการธุรกิจระหว่างประเทศ เซินเจิ้น – เฉียนไห่ ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Shenzhen – Qianhai International Business e-Station) ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับอาลีบาบาดอตคอม ฮ่องกง (Alibaba.com Hong Kong) เพื่อดึงศักยภาพเครือข่าย B2B ซึ่งครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก มาร่วมกันให้บริการการค้าต่างประเทศแบบดิจิทัลครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ เพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกโดยใช้ฮ่องกงเป็นประตูสู่ความสำเร็จ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ศูนย์บริการอิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้เปิดโอกาสให้เฉียนไห่ได้สร้างความร่วมมือกับนิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศแล้วถึง 53 แห่ง ใน 32 ประเทศ ช่วยผลักดันโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

ในเขตเฉียนไห่ ผู้ประกอบการชั้นนำกำลังเร่งต่อยอดช่องทางดังกล่าวเพื่อรุกตลาดเอเชียแปซิฟิกอย่างเต็มตัว โดยบริการพื้นฐานอย่างศูนย์บริการธุรกิจระหว่างประเทศ เซินเจิ้น – เฉียนไห่ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนกิจกรรมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจเข้ากับนโยบาย สถาบันวิชาชีพเฉพาะทาง และเครือข่ายตลาดต่างประเทศ ซึ่งการประสานพลังภายใต้โมเดล ‘เฉียนไห่ + ฮ่องกง’ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ภาคธุรกิจ ทั้งในการบุกตลาดและการดำเนินงานข้ามพรมแดน

นอกเหนือจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการประสานมาตรฐานทางกฎระเบียบแล้ว เฉียนไห่ยังคงมุ่งยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกในเมืองให้มีความเป็นสากล โดยการเปิดตัวสิ่งอำนวยความสะดวกและแลนด์มาร์กใหม่ ๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์เฉียนไห่ และโครงการ “เฉียนไห่ เซิร์จ” (Qianhai Surge) หรือเฉียนไห่ จีล่าง (Qianhai Jilang) มีส่วนสำคัญในการรังสรรค์สภาพแวดล้อมความเป็นเมืองระดับนานาชาติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น มอบสภาพแวดล้อมในการทำงานและใช้ชีวิตระดับพรีเมียม รองรับผู้ประกอบการและบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วโลก

ด้วยพลังขับเคลื่อนจากการประชุมเอเปค เฉียนไห่กำลังชูจุดแข็งอันโดดเด่นทั้งในมิติความร่วมมือระหว่างเซินเจิ้น-ฮ่องกง และการพัฒนานวัตกรรมในระดับสถาบัน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อมโยงทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งช่วยสะท้อนบทบาทการเป็นศูนย์กลางสำคัญในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค