เวียดนาม: ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตต่อเนื่อง
ความต้องการใช้ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2558 ตามข้อมูลของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ขณะที่การไฟฟ้าเวียดนามรายงานว่า ยอดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รัฐบาลเวียดนามยังตั้งเป้าให้ครัวเรือน 50% ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภายในปี 2573 และสนับสนุนการติดตั้งควบคู่กับระบบแบตเตอรี่
สกายเวิร์ท โซลาร์ มองว่าผู้บริโภคเวียดนามมีความคุ้นเคยกับโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว แต่สภาพอากาศร้อนชื้นและละอองเกลือในพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความทนทานของอุปกรณ์และบริการหลังการขายมากขึ้น ขณะที่จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ครัวเรือนต้องการระบบที่สามารถบริหารการผลิต การกักเก็บ และการใช้ไฟฟ้าร่วมกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ในระบบเดียว
บริหารพลังงานทั้งบ้านด้วยระบบเดียว
โซลาวิตาใช้ระบบจัดการพลังงานในครัวเรือน (HEMS) เชื่อมโยงแผงโซลาร์เซลล์ โครงข่ายไฟฟ้า แบตเตอรี่ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเข้าด้วยกัน โดยนำประสบการณ์จากตลาดยุโรปมาปรับให้เข้ากับรูปแบบบ้าน สภาพอากาศ และพฤติกรรมการใช้ไฟของผู้บริโภคในเวียดนาม
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในเวียดนามเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทติดตั้งระบบสำหรับที่อยู่อาศัยไปแล้วกว่า 100 โครงการ และนำข้อมูลจากหน้างานมาพัฒนาวิธีติดตั้งและระบบป้องกันน้ำให้เหมาะกับรูปแบบหลังคาและฤดูฝนในท้องถิ่น
สร้างเครือข่ายพันธมิตรท้องถิ่น
โซลาวิตาจะขยายเครือข่ายผ่านโมเดล PD2C โดยแบรนด์ดูแลด้านโซลูชัน เครื่องมือดิจิทัล การฝึกอบรม และมาตรฐานบริการ ส่วนพันธมิตรท้องถิ่นรับหน้าที่ให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย พร้อมเดินหน้าเพิ่มคลังสินค้าและอะไหล่ในประเทศ และต่อยอดความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร BIDV เพื่อพัฒนาทางเลือกด้านสินเชื่อให้ลูกค้า โดยระยะแรกจะเน้นตลาดที่อยู่อาศัย ก่อนขยายสู่ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมต่อไป
“เวียดนามเป็นตลาดที่มีพื้นฐานด้านพลังงานแสงอาทิตย์แข็งแกร่ง และผู้บริโภคคาดหวังคุณภาพที่สูงขึ้น” หวัง ชุนตัน (Wang Chundan) ผู้จัดการทั่วไป โซลาวิตา เอเชีย-แปซิฟิก กล่าว “เวียดนามจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเราในอาเซียน และเรามีแผนขยายสู่มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ในไตรมาส 1/2570”