เมื่อพันปีก่อน เรือจากท่าเรือหมิงโจวเคยบรรทุกเครื่องเคลือบดินเผาศิลาดลจากเตาเผาเยว่แล่นผ่านซีลอน (ชื่อเดิมของศรีลังกา) ก่อนนำอัญมณีและเครื่องเทศจากศรีลังกากลับสู่จีน แต่วันนี้สินค้าหลักบนเรือได้เปลี่ยนเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัล และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
ข้อมูลทางการระบุว่า ปี 2568 การส่งออกอุปกรณ์อัจฉริยะของหนิงโป รวมถึงแขนกลและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม มีมูลค่า 440 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นกว่า 40% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปีนี้ การส่งออกสินค้าเครื่องกลและอิเล็กทรอนิกส์แตะระดับ 2.47 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.1% คิดเป็น 58% ของการส่งออกทั้งหมดของเมือง ส่วนการส่งออกสินค้าในกลุ่มพลังงานใหม่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และโซลาร์เซลล์ เพิ่มขึ้น 138.4% ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 215.9%
เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการยกเครื่องภาคการผลิต จากเดิมที่พึ่งพาการรับจ้างผลิต (OEM) ต้นทุนต่ำ สู่การผลิตอัจฉริยะ หลังการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกว่าทศวรรษ โรงงานหลายแห่งพัฒนาเป็น “โรงงานเปิดไฟมืด” ที่เดินเครื่องได้โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน พร้อมสายการผลิตที่ยืดหยุ่น โดยมีกลุ่มวิสาหกิจเฉพาะทาง “ห้าพยัคฆ์น้อย” (Five Little Tigers) ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ส่งผลให้สินค้าที่หนิงโปส่งออกในวันนี้ไม่ใช่เพียงตัวสินค้า แต่เป็นโซลูชันที่ผสานเทคโนโลยี มูลค่าแบรนด์ และบริการหลังการขายไว้ด้วยกัน
ภายในงานยังจัดนิทรรศการของบริษัทชั้นนำจากหนิงโป โดยนอกจากสินค้าดั้งเดิมอย่างเครื่องเคลือบดินเผาศิลาดลและผ้าไหมแล้ว ผลิตภัณฑ์จากการผลิตอัจฉริยะ เช่น แว่นตาแปลภาษาด้วย AI อุปกรณ์เอาต์ดอร์อัจฉริยะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัลขนาดเล็ก ได้รับความสนใจอย่างมาก ปัจจุบันมาตรวัดน้ำอัจฉริยะ พัดลมไอเย็นพกพา และเครื่องครัวอัจฉริยะจากหนิงโปถูกใช้อย่างแพร่หลายในครัวเรือนทั่วศรีลังกา และด้วยศักยภาพการขนถ่ายสินค้าของท่าเรือโคลัมโบ สินค้าเหล่านี้ยังถูกกระจายต่อไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ
นอกจากนี้ หนิงโปยังเปิดตัว “พื้นที่วัฒนธรรมหนึ่งเมตร” (One-Meter Cultural Space) แห่งแรกในศรีลังกา ซึ่งเป็นจุดจัดแสดงขนาดเล็กภายในสาขาของบริษัทจีนในต่างประเทศ ผสานมรดกทางวัฒนธรรม เรื่องราวของเมือง และผลิตภัณฑ์อัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนแนวทางที่ว่า “ทุกสินค้าที่ส่งออกไป มีวัฒนธรรมท้องถิ่นร่วมเดินทางไปด้วย” และตอกย้ำการก้าวสู่ตลาดโลกของหนิงโป ในฐานะต้นแบบการพัฒนาเมืองท่าของภาคการผลิตจีน ที่ผสานการผลิตอัจฉริยะเข้ากับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม