Yili Group ร่วมขับเคลื่อนการประชุมนมโลก 2569 ผลักดัน “ฮูฮอต” ก้าวสู่นครแห่งนมโลก

การประชุมนมโลกประจำปี 2569 (World Dairy Congress) ได้เปิดฉากแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ณ เมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยมี (Yili Group เป็นผู้จัดงานหลักภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มุ่งกระชับความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน” (Technology-driven, Partnership Oriented, Co-building a Sustainable Global Dairy Ecosystem) โดยการประชุมครั้งนี้ได้กลายเป็นศูนย์รวมของผู้นำสมาคมการค้าระดับนานาชาติ ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ และผู้บริหารระดับสูงตลอดห่วงโซ่อุปทานจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อร่วมวางทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมนมในระดับสากล

Yili Group ร่วมขับเคลื่อนการประชุมนมโลก 2569 ผลักดัน “ฮูฮอต” ก้าวสู่นครแห่งนมโลก

ความสำเร็จสำคัญในพิธีเปิดงาน คือการประกาศยกระดับเมืองฮูฮอตขึ้นสู่การเป็น “เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก” หรือ World Dairy Capital อย่างเป็นทางการ โดยสหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึกเพื่อรับรองตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ประธานบริหาร IUFoST ได้เน้นย้ำในพิธีเปิดว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองฮูฮอตในการพัฒนาอุตสาหกรรมนมอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้องค์กรชั้นนำอย่าง Yili Group เร่งยกระดับภาคอาหารเพื่อสุขภาพ และสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งด้วยการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพร้อมกับสร้างการเติบโตร่วมกันในระดับสากล

ทางด้าน Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหาร Yili Group ได้ขึ้นแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สร้างสรรค์มูลค่าร่วม ผสานพลังเติบโตเคียงคู่กัน ขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกยุคใหม่” โดยระบุว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน สภาพภูมิอากาศ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป Yili Group ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่ว่า นมหนึ่งแก้วมีบทบาทมากกว่าการให้โภชนาการ แต่คือการสร้างสุขภาวะที่ดีร่วมกันของคนทั่วโลก หรือ World Integrally Sharing Health โดย Pan Gang ชี้ว่านวัตกรรมยุคใหม่ต้องเชื่อมโยงกันดั่งผืนแผ่นดิน ไม่ใช่อยู่โดดเดี่ยวเป็นเกาะ และเปรียบเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะเหมือนการบรรเลงวงซิมโฟนีร่วมกันตลอดห่วงโซ่ ซึ่ง Yili Group กำลังเร่งบูรณาการระบบนิเวศดิจิทัลทั้งแนวตั้งและแนวราบ พร้อมเปิดรับพันธมิตรทั่วโลกมาร่วมเดินทางสร้างมูลค่าและการเติบโตไปด้วยกัน

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นเวทีเปิดตัวนวัตกรรมสำคัญระดับโลก ได้แก่ การเปิดตัวศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะด้านอุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน (China (Global) Dairy Data Intelligent Hub) และคลังชุดข้อมูลคุณภาพสูงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก (Global Dairy High-Quality Datasets Factory) ขณะเดียวกัน ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งชาติเพื่ออุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน (NTICD) ได้เปิดตัว 10 สุดยอดผลงานนวัตกรรมแห่งปี 2569 ซึ่งครอบคลุมความก้าวหน้าสำคัญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาสายพันธุ์โคนม การลดและใชัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์ การวิจัยโพรไบโอติกในนมแม่ การผลิตแลกโตเฟอร์รินเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ระบบตรวจวัดอัจฉริยะแบบครบวงจร ตลอดจนเทคโนโลยีรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมทั่วโลกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนอย่างแท้จริง