ประเด็นสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการมุ่งเน้นความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปปฏิบัติงานได้จริงในสถานพยาบาล เพราะในความเป็นจริง โรงพยาบาลแต่ละระดับมีอุปกรณ์และกระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน การแข่งขันจึงประเมินความสามารถของ AI ในการรับมือกับภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มาจากหลากหลายแหล่ง ซึ่งต้องอาศัยการถ่ายทอดความต้องการทางคลินิกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปสู่ผู้พัฒนาระบบโดยตรง เพื่อให้ได้เครื่องมือที่ช่วยระบุตำแหน่งก้อนเนื้อหรือจุดผิดปกติได้อย่างแม่นยำ และตอบโจทย์การรักษาในชีวิตจริง
ด้วยภูมิศาสตร์ของกว่างซีซึ่งมีพรมแดนติดกับเวียดนามและเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน ทางการกว่างซีจึงเตรียมผนึกกำลังกับพันธมิตรในอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนโครงการสาธิตและการตรวจสอบความถูกต้องทางคลินิกระหว่างประเทศ ผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ปี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล ถึงกระนั้น ความร่วมมือยังต้องคำนึงถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล และกระบวนการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศ โดยเน้นย้ำว่า AI ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์เท่านั้น โดยแพทย์ยังคงเป็นผู้พิจารณาอาการและสั่งการรักษาเป็นหลัก เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับการดูแลสุขภาวะของผู้ป่วยร่วมกัน