จากโรงพยาบาลขนาดเล็กริมทะเลสาบซีหูในเมืองหางโจว วันนี้สถาบันแห่งนี้เติบโตเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ครอบคลุม 3 วิทยาเขต รองรับผู้ป่วยทั้งในระดับท้องถิ่น ทั่วประเทศจีน และจากทั่วโลก ด้วยความเชี่ยวชาญที่ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษา แต่รวมถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ส่งผลต่อวงการแพทย์ระดับสากล
*ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยวิทยาศาสตร์และ AI
หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของสถาบันแห่งนี้ คือการนำปัญญาประดิษฐ์มาผสานกับเทคโนโลยีพันธุศาสตร์ขั้นสูง จนสามารถทำคลอดทารกที่ปลอดภัยจากความเสี่ยงมะเร็งเต้านมทางพันธุกรรมได้เป็นรายแรกของจีน ผ่านการประเมินและคัดกรองตัวอ่อนก่อนการฝังตัวในครรภ์
นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังพัฒนาชุดตรวจคัดกรองโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (NIPT) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของทารกที่จะเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางพันธุกรรม รวมถึงเป็นผู้นำโครงการฐานข้อมูลโอมิกส์ของทารกแรกเกิดในระดับประเทศ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่นักวิจัยทางกุมารเวชศาสตร์ทั่วโลกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
ด้านมะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลแห่งนี้ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากัน โดยริเริ่มโปรโตคอลการรักษามะเร็งรังไข่และมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามด้วยการผสานเคมีบำบัดกับภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และได้รับการนำไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำอย่าง Science และ BMJ
*ดูแลสตรีทุกช่วงวัย ไม่ใช่แค่ช่วงตั้งครรภ์
สิ่งที่ทำให้สถาบันแห่งนี้แตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป คือแนวคิดการดูแลสุขภาพสตรีอย่างครบวงจรตั้งแต่วัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ ระหว่างการตั้งครรภ์ หลังคลอด ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน ไม่ใช่เพียงการรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา แต่เป็นการวางระบบป้องกันและติดตามอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ชัดเจนที่สุด คืออัตราความสำเร็จในการรักษาคุณแม่ในภาวะวิกฤตอยู่ที่ 100% ซึ่งส่วนหนึ่งทำให้มณฑลเจ้อเจียงมีสถิติอัตราการเสียชีวิตของมารดาต่ำที่สุดในประเทศจีน
*เชื่อมโลกด้วยดิจิทัลและความร่วมมือระหว่างประเทศ
ความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในกำแพงสถาบัน ด้วยแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกลที่ใช้เทคโนโลยี 5G และ VR ทำให้คุณแม่ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์แบบทางไกล หรือการติดตามอาการของแม่และเด็กผ่านระบบออนไลน์
ในเวทีนานาชาติ สถาบันแห่งนี้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างฮาร์วาร์ด เคมบริดจ์ เคยู เลอเฟิน และโมนาช เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร พร้อมกันนั้นยังแบ่งปันความเชี่ยวชาญให้กับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ผ่านกรอบความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง
ทั้งนี้ ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง พิสูจน์ให้เห็นว่าการแพทย์ที่ดีที่สุดเกิดจากการผสมผสานระหว่างความเมตตาต่อผู้ป่วย ความมุ่งมั่นในการวิจัย และการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง และในก้าวต่อไป สถาบันแห่งนี้ยังคงมุ่งหน้าเป็นต้นแบบด้านสุขภาพแม่และเด็กให้กับโลกทั้งใบ