“ส้มเฟิงตู” จากสวนเกษตรสู่แบรนด์พรีเมียมระดับโลกที่สร้างรายได้ร้อยล้าน

จากสวนส้มในหุบเขา สู่ฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของนครฉงชิ่ง วันนี้ตำบลหลงกงในอำเภอเฟิงตูได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พืชผลทางการเกษตรสามารถกลายเป็นขุมทรัพย์ที่ยั่งยืนได้ หากมีการบริหารจัดการที่ทันสมัย โดยบรรยากาศการเก็บเกี่ยวที่สวนส้ม “Common Prosperity” ในหมู่บ้านหนานจูขณะนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก เกษตรกรต่างเร่งลำเลียงส้มสดๆ เข้าสู่ศูนย์คัดแยกที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี ตั้งแต่การขัดล้างทำความสะอาดไปจนถึงการคัดเกรดอย่างแม่นยำ เพื่อส่งออกไปวางจำหน่ายทั่วประเทศจีนและส่งออกไกลถึงตะวันออกกลาง

หัวใจสำคัญที่ทำให้ส้มของที่นี่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ คือการนำระบบสหกรณ์และเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตชาวสวน โดยมี “ไป๋ เสี่ยวหัว” ผู้นำสหกรณ์ผู้มีวิสัยทัศน์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เขาเปลี่ยนการปลูกส้มแบบลองผิดลองถูกในอดีต ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานเดียวกันผ่านการจัดตั้งสหกรณ์ในปี 2561 ไป๋ไม่ได้เพียงแค่บริหารงานในสำนักงาน แต่เขาลงพื้นที่ให้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์แก่เกษตรกรทุกเดือน และยังเป็นผู้นำในการนำโดรนมาใช้ในการดูแลสวนส้มอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้อย่างมหาศาล

ความพยายามในการยกระดับมาตรฐานนี้ส่งผลให้ส้มจากตำบลหลงกงได้รับเครื่องหมายการค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ระดับชาติ และได้รับการยอมรับจากกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทให้เป็นหมู่บ้านสาธิตสินค้าเฉพาะถิ่นระดับประเทศ ปัจจุบันพื้นที่กว่าหนึ่งหมื่นไร่ในหลงกงสามารถผลิตส้มได้มากกว่า 30,000 ตันต่อปี สร้างมูลค่ามหาศาลกว่า 110 ล้านหยวน ซึ่งเมื่อรวมทั้งอำเภอเฟิงตูแล้ว พื้นที่แห่งนี้มีผลผลิตสูงถึง 70,000 ตัน และสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่คนในท้องถิ่นสูงถึง 150 ล้านหยวนต่อปี ความสำเร็จของอำเภอเฟิงตูสะท้อนให้เห็นว่า “ส้มเพียงหนึ่งผล” หากผ่านกระบวนการคิด การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ก็สามารถเปลี่ยนจากสินค้าเกษตรทั่วไปให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งได้ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึงตลาดโลก ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นการวางรากฐานการเกษตรสมัยใหม่ที่แข็งแกร่งและสง่างามบนเวทีสากล