ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าเฉพาะทาง 9 โซน ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อจากประเทศไทยสามารถเลือกเฟ้นสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ Made-in-Japan วัสดุและสิ่งทอชั้นเลิศ พันธมิตรผู้รับจ้างผลิต OEM/ODM คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ตลอดจนโซลูชันด้านความยั่งยืนและหมุนเวียน เทคโนโลยีแฟชั่น และนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมายจากแบรนด์และดีไซเนอร์ระดับโลก นอกจากนี้ เพื่อให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น งานนี้ยังมีบริการล่ามแปลภาษาหน้างานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอยอำนวยความสะดวกตั้งแต่ขั้นตอนการทำความรู้จักเบื้องต้น ไปจนถึงการหารือรายละเอียดเชิงลึก ทั้งในด้านสเปกสินค้า โครงสร้างราคา และความต้องการในกระบวนการผลิต
5 เหตุผลสำคัญที่ต้องมาเยือน FaW TOKYO:
(1) สัมผัส “คุณภาพญี่ปุ่น” ในผลิตภัณฑ์และวัสดุต่าง ๆ
(2) ค้นพบแบรนด์ระดับโลกและเอเชีย
(3) พบปะพันธมิตร OEM/ODM ศักยภาพสูง
(4) เปิดโลกโซลูชันรองรับการนำกลับมาใช้ใหม่/หมุนเวียน
(5) สำรวจนวัตกรรมเทคโนโลยีแฟชั่นที่จะเข้ามาขับเคลื่อนวงการ
ในส่วนของ SUSTAINABLE FASHION EXPO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงาน FaW TOKYO 2026 จะมีการจัดแสดงพาวิลเลียนไทยโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยจะรวบรวมผู้ประกอบการไทยสายรักษ์โลกที่มุ่งเน้นความยั่งยืน 30 รายมาจัดแสดงในโซนนี้ ภายในพาวิลเลียนประกอบด้วยกลุ่มสินค้าที่หลากหลาย ได้แก่ บริษัทเครื่องแต่งกาย 12 ราย, ซัพพลายเออร์สิ่งทอ 5 ราย, แบรนด์เครื่องประดับ 9 ราย, ผู้ผลิตกระเป๋า 3 ราย และบริษัทผลิตรองเท้า 1 ราย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบตัวเลือกสินค้าที่มีความยั่งยืนได้ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทั้งนี้ DITP มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ซื้อจากต่างประเทศผ่านการให้ข้อมูลการตลาดและบริการจับคู่ทางธุรกิจ
เริ่มต้นที่พาวิลเลียนไทย ผู้ซื้อชาวไทยจะสามารถเฟ้นหาซัพพลายเออร์ที่ตรงใจและทำความเข้าใจเทรนด์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสต่อยอดการค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วทั้งงาน โดยมีบริการล่ามแปลภาษาฟรีคอยอำนวยความสะดวก